หนึ่งในคำขอที่ผมได้รับบ่อยที่สุดในฐานะโค้ชเทนนิส คือช่วยเรื่องฟุตเวิร์กให้ผู้เล่น ผู้เล่นมักเชื่อว่าตัวเองเหวี่ยงไม้ได้ดีแล้ว แต่กลับพลาดตอนลงเล่นจริงเพราะวางเท้าผิดตำแหน่ง
ส่วนใหญ่แล้ว กุญแจของฟุตเวิร์กที่ดีคือการคาดการณ์ลูกที่กำลังมาตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อคุณคาดการณ์ลูกที่จะรับได้แล้ว คุณต้องรีบขยับเท้าเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ตีลูกอย่างที่ต้องการได้
นี่คือสิ่งที่นักเทนนิสอาชีพทำได้ดีมาก พวกเขามักดูเหมือนมีเวลาเตรียมตัวสำหรับลูกของตัวเองมากกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเรามาก ลูกที่วิ่งเข้ามาต่างกันและลูกที่จะตีออกไปต่างกัน ก็ต้องการท่าตั้งตัวที่ต่างกัน
เรื่องนี้ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่ตายตัว เพราะการรักษาวงสวิงที่ดี มุมของหน้าไม้ และความเร็วไม้ คือสิ่งที่ควบคุมลูกโดยตรง ส่วนท่าตั้งตัวคือสิ่งที่รองรับวงสวิง ทำให้เรามั่นคงตลอดการตี และเพิ่มการควบคุมลูก (ความเร็ว สปิน ทิศทาง ความลึก และความสูง)
ท่าปิด (Closed Stance)
คือท่าที่เมื่อคุณหมุนตัวเข้าตีลูก คุณปล่อยให้ขาหน้าก้าวไขว้ข้ามขาหลัง ท่านี้พบบ่อยที่สุดในลูกแบ็คแฮนด์มือเดียวและลูกที่ต่ำ
ท่ากลาง / ท่าตั้งฉาก (Neutral / Squared Stance)
คือท่าดั้งเดิมที่พบบ่อยที่สุดในผู้เล่นทุกระดับ วางขาทั้งสองข้างขนานกันและหันข้างเข้าหาเน็ต ด้วยท่านี้ คุณเล่นลูกที่วิ่งเข้ามาได้แทบทุกลูก
ท่ากึ่งเปิด (Semi Open Stance)
นี่คือท่าที่ทันสมัยกว่า เกิดขึ้นพร้อมกับความเร็วของเทนนิสที่เพิ่มขึ้นในศตวรรษที่ 21 ท่านี้คือเมื่อขาหลังกางออกกว้างกว่าขาหน้าเล็กน้อย แต่ยังเห็นได้ว่าขาฝั่งตรงข้ามยังอยู่ใกล้เน็ตมากกว่า ท่านี้ทำให้ผู้เล่นใช้กริปที่สุดโต่งกว่า (เซมิเวสเทิร์น/เวสเทิร์น) ได้ง่ายขึ้น และรับลูกที่จุดปะทะสูงขึ้นราวระดับหน้าอกได้
ท่าเปิด (Open Stance)
ท่านี้พบบ่อยบนคอร์ตดิน เมื่อผู้เล่นไม่มีเวลาก้าวขาฝั่งตรงข้ามไขว้ไป และต้องสไลด์ขาด้านนอกเข้าหาลูก ท่านี้ยังเป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นที่ชอบตีลูกที่ระดับหน้าอกและชอบตีสปินหนัก ๆ แต่ไม่ใช่ท่าที่ดีสำหรับลูกต่ำหรือลูกสั้น เพราะการรักษาสมดุลจะกลายเป็นปัญหา
ท่าเปิดเกินไป (Over Open)
ท่านี้พบบ่อยมากในผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มเล่นเทนนิส เมื่อพวกเขายังทำไม่ได้หรือยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเท้าอยู่ตำแหน่งใดตอนตีลูก ท่านี้มักทำให้ผู้เล่นเสียสมดุลจึงไม่ค่อยพบเห็น แต่เมื่อผู้เล่นในทัวร์อาชีพสไลด์เข้าหาลูกกันมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งการสไลด์เท้าข้างที่ใกล้ลูกที่สุดก็เร็วกว่า ซึ่งลงเอยด้วยท่าเปิดเกินไป ผมไม่แนะนำให้ใช้ท่านี้จากเบสไลน์ เพราะยากที่จะดึงพลังจากขาหรือการหมุนสะโพก ท่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดตอนวิ่งไล่ดรอปช็อต
ถ้าคุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ ลองอ่านบทความของผมเรื่อง 7 วิธีจับไม้เทนนิส และ 5 คุณลักษณะของลูกเทนนิส เพื่อช่วยให้คุณได้เปรียบในแมตช์ถัดไป



